🥇 ทองวันนี้ Daily

สรุปข้อมูลตลาดทองคำ · อัปเดต 07:15 · 21:15 · และรอบพิเศษตอนมีข่าวสำคัญ

ศัพท์และตัวชี้วัดที่ใช้ในรายงาน

หน้านี้อธิบายว่าตัวเลขแต่ละตัวคืออะไรและเกี่ยวกับทองอย่างไร เขียนไว้เพื่อให้อ่านรายงานได้เข้าใจมากขึ้น ไม่ได้เป็นการแนะนำวิธีลงทุน

XAUUSD

ราคาทองคำตลาดโลก คิดเป็นดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ (ราว 31.1 กรัม) เป็นราคาอ้างอิงสากล ต่างจากราคาทองในประเทศซึ่งบวกค่าเงินบาทและค่าดำเนินการเข้าไป

Real yield (ผลตอบแทนพันธบัตรที่หักเงินเฟ้อแล้ว)

ดอกเบี้ยที่ได้จริงหลังหักเงินเฟ้อ วัดจากพันธบัตรสหรัฐฯ อายุ 10 ปีชนิดชดเชยเงินเฟ้อ (TIPS) ทองไม่มีดอกเบี้ย ดังนั้นเมื่อ real yield สูงขึ้น การถือทองจึงมีค่าเสียโอกาสสูงขึ้น ในอดีตทองกับ real yield จึงมักเคลื่อนสวนทางกัน แต่ไม่ใช่ทุกครั้ง

บอนด์ยีลด์ 10 ปี

ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี เป็นตัวอ้างอิงต้นทุนการเงินของทั้งโลก

ดัชนีดอลลาร์

ที่เราใช้คือ Fed Broad Dollar Index ซึ่งวัดค่าเงินดอลลาร์เทียบตะกร้าสกุลเงิน คู่ค้าหลักของสหรัฐฯ ไม่ใช่ ICE DXY ที่สื่อทั่วไปอ้างถึง ตัวเลขจึงต่างกัน ดอลลาร์แข็งทำให้ทองแพงขึ้นสำหรับผู้ซื้อนอกสหรัฐฯ

COT (Commitment of Traders)

รายงานรายสัปดาห์ของ CFTC สหรัฐฯ บอกว่ากลุ่มผู้เล่นแต่ละประเภทถือสถานะซื้อหรือขายเท่าไร เราดูกลุ่มเก็งกำไร (non-commercial) ประกาศทุกวันศุกร์ ข้อมูล ณ วันอังคารก่อนหน้า บอกว่าเงินใหญ่วางตัวยังไง ไม่ได้บอกว่าราคาจะไปทางไหน

เปอร์เซ็นไทล์

ตำแหน่งของค่าปัจจุบันเทียบกับประวัติ เช่นเปอร์เซ็นไทล์ที่ 35 แปลว่าในอดีตมีค่าที่ต่ำกว่านี้อยู่ 35% ของเวลา ใช้บอกว่า 'สูงหรือต่ำผิดปกติไหม' ซึ่งมีความหมายมากกว่าดูตัวเลขดิบเฉย ๆ

ETF flow

กระแสเงินเข้าออกกองทุนทองคำ วัดจากจำนวนหน่วยลงทุนที่เพิ่มหรือลด หน่วยเพิ่ม = มีคนเอาเงินเข้ามาซื้อจริง ไม่ใช่แค่ราคาขยับ

PCE / CPI / NFP

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ตลาดจับตามากที่สุด — PCE และ CPI คือเงินเฟ้อ NFP คือการจ้างงานนอกภาคเกษตร ทั้งสามมีผลต่อการตัดสินใจดอกเบี้ยของ Fed จึงกระทบทองทางอ้อม

FOMC

คณะกรรมการนโยบายการเงินของ Fed ประชุมปีละ 8 ครั้ง แถลงผล 14:00 เวลาสหรัฐฯ ซึ่งตรงกับตี 1 ของวันถัดไปตามเวลาไทย

ช่วงแกว่ง (ATR)

ระยะที่ราคาแกว่งในหนึ่งวันโดยเฉลี่ย เราเทียบกับค่าเฉลี่ย 20 วัน เพื่อบอกว่าวันนี้ผันผวนมากหรือน้อยกว่าปกติ

Backtest (ทดสอบกับอดีต)

เอากติกาที่เขียนไว้ล่วงหน้าไปไล่เทรดกับราคาจริงในอดีต แล้วดูว่าผลออกมาเป็นยังไง บอกได้แค่ว่า 'ถ้าใช้แผนนี้ในอดีตจะเกิดอะไร' ไม่ได้บอกว่าอนาคตจะซ้ำรอย และแผนที่ถูกปรับแต่งจนตัวเลขในอดีตสวย มักได้ผลจริงแย่กว่าที่เห็นเสมอ

Winrate (อัตราชนะ)

สัดส่วนของไม้ที่ปิดกำไรต่อจำนวนไม้ทั้งหมด — ตัวเลขนี้เดี่ยว ๆ หลอกได้ แผนชนะ 90% ที่ไม้แพ้หนักกว่าไม้ชนะมาก ๆ ยังขาดทุนรวมได้ ต้องดูคู่กับขนาดกำไรขาดทุนเฉลี่ยเสมอ

Max drawdown (ติดลบลึกสุด)

ระยะที่เส้นทุนร่วงจากจุดสูงสุดลงไปลึกที่สุดในประวัติการทดสอบ เป็นตัวเลขที่บอกว่า 'ต้องทนเห็นพอร์ตหายไปกี่ % โดยไม่เลิกกลางทาง' คนส่วนใหญ่ประเมินความทนของตัวเองไว้สูงเกินจริง

จมน้ำ (underwater)

ช่วงเวลาจากจุดสูงสุดของเส้นทุน จนกว่าจะกลับขึ้นมาเท่าเดิม วัดเป็นจำนวนวัน — ความเจ็บของการถือแผนอยู่ตรงนี้มากกว่าที่ % ขาดทุน เพราะระหว่างนั้นไม่มีใครบอกได้ว่าจะฟื้นเมื่อไร

Profit factor

กำไรรวมของไม้ที่ชนะ หารด้วยขาดทุนรวมของไม้ที่แพ้ มากกว่า 1 คือกำไรมากกว่าขาดทุน — ค่าที่สูงจากจำนวนไม้น้อย ๆ ไว้ใจไม่ได้

CAGR (ผลตอบแทนต่อปีแบบทบต้น)

อัตราเติบโตต่อปีที่ทำให้เงินต้นโตไปเท่าผลลัพธ์จริงพอดี ใช้เทียบแผนที่ทดสอบคนละช่วงเวลากันได้ เพราะปรับเป็นต่อปีเหมือนกันแล้ว

Overfitting (ฟิตกับอดีต)

การปรับแผนหลายรอบจนตัวเลขในอดีตสวยขึ้นเรื่อย ๆ — สิ่งที่ได้ไม่ใช่แผนที่เก่งขึ้น แต่คือแผนที่จำข้อสอบเก่าได้แม่นขึ้น พอเจอข้อสอบใหม่ก็ทำไม่ได้เหมือนเดิม ยิ่งลองหลายค่า ยิ่งต้องเชื่อตัวเลขที่เห็นน้อยลง

Walk-forward (ทดสอบกับช่วงที่ไม่เคยเห็น)

แบ่งข้อมูลเป็นช่วงฝึกกับช่วงทดสอบ — เลือกค่าที่ดีที่สุดจากช่วงฝึกเท่านั้น แล้วไปวัดผลในช่วงทดสอบที่ไม่เคยถูกใช้เลือกอะไรเลย เป็นวิธีเดียวในหน้านี้ที่แยกได้ว่าตัวเลขสวยมาจากความสามารถหรือจากการฟิตกับอดีต

In-sample / Out-of-sample

ช่วงฝึก (in-sample) คือข้อมูลที่ใช้เลือกค่า — ตัวเลขในช่วงนี้สวยแค่ไหนก็เชื่อไม่ได้ ช่วงทดสอบ (out-of-sample) คือข้อมูลที่ระบบไม่เคยเห็นตอนเลือกค่า ตัวเลขชุดหลังคือตัวที่ควรใช้ตัดสินใจ

Monte Carlo

การสุ่มซ้ำหลายพันรอบเพื่อดูว่าผลลัพธ์กระจายตัวแค่ไหน — ในหน้านี้ใช้สองแบบ: สลับลำดับไม้เดิม (บอกว่าถ้าไม้แย่มากองติดกันจะเจ็บแค่ไหน) และสุ่มหยิบไม้ซ้ำ (บอกว่าผลรวมอาจกว้างแค่ไหน) ลำดับที่เกิดจริงในอดีตเป็นแค่หนึ่งในความเป็นไปได้

Bootstrap (สุ่มหยิบซ้ำ)

วิธีสุ่มหยิบตัวอย่างจากข้อมูลเดิมแบบหยิบแล้วใส่คืน จนได้ชุดใหม่ขนาดเท่าเดิม ทำหลายพันรอบเพื่อประมาณว่าถ้าเจอชุดเทรดที่ต่างออกไปเล็กน้อย ผลจะแกว่งแค่ไหน ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าอนาคตหน้าตาคล้ายอดีต ซึ่งไม่จริงเสมอไป

Buy and hold (ถือเฉย ๆ)

ซื้อครั้งเดียวตอนต้นช่วงแล้วถือยาวจนจบ ไม่ทำอะไรเลย — เป็นไม้บรรทัดที่แผนทุกแผน ต้องถูกเทียบด้วยเสมอ แผนที่แพ้การถือเฉย ๆ คือแผนที่เหนื่อยฟรีในช่วงนั้น
ข้อมูลเพื่อการศึกษาและติดตามตลาดเท่านั้น
บริการนี้เป็นการเผยแพร่ผลการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลราคาทองคำตลาดโลก (XAUUSD) ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน และไม่ใช่การชี้นำ ชักชวน หรือเสนอให้ซื้อหรือขาย ผลิตภัณฑ์ทางการเงินใด ๆ
ผู้ให้บริการไม่ได้เป็นที่ปรึกษาการลงทุนที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. และไม่รับค่าตอบแทนจากโบรกเกอร์หรือผู้ให้บริการซื้อขายรายใด
ข้อมูลในอดีตไม่ได้รับประกันผลในอนาคต การตัดสินใจและความเสี่ยงทั้งหมดเป็นของผู้ใช้บริการแต่เพียงผู้เดียว